คำคมสอนใจ ในมุมมองโดนๆ

มุมมองดีๆจากนักเขียนที่หลากหลาย เรียงร้อยถ้อยคำ ประสานบทกวี แต่งแต้มอักษร ลำเรียงออกมาเป็นคำคมดีๆ มุมมองชีวิตที่น่าสนใจ กลั่นกรองออกมาให้ผู้คนบนโลกออนไลน์ได้อ่านกัน เนื้อหาบทความดีๆเหล่านี้มีทั้ง คำคมสอนใจ คำคมปรัชญาชีวิต คำคมให้แนวคิดดีๆ ที่อ่านแล้วก็ต้องคิดตาม ว่าในชีวิตเรานี้ก็เป็นเช่นนี้จริงๆ สำหรับใครที่ชอบอ่านคำคมแนวนี้ ก็ลองหาอ่านกันได้นะค่ะ เรารวบรวมคำคมดีๆไว้สำหรับคุณแล้ว

ทำตามสัญญา…..
ปาดน้ำตาใกล้แห้ง
ไม่นานจะเปลี่ยนแปลง
แข็งแกร่งได้ดังเดิม

สวัสดี”มีนา”..เธออยู่ตรงนั้นแหละ
ในสวนผัก..กับรักของแม่
กับลูกรักและไก่ แมวหมา
อย่ามากรุงเทพฯ..

อึดอัดไหมมีคนคอยมอง
ยุ่งยากไหมมีคนจ้องห่วงหา
รำคาญไหมจึงหลบหลีกปลีกหน้า
ก็เป็นคนในสายตาเขาจึงมอง

กล้าแตกหน่อ ก่อดอกใบ
จากฝันเล็ก ไปสู่ใหญ่
กำลังใจ น้ำปุ๋ยเติม

ทางสงบเปรียบที่สูง
ต้องปีนต้องไต่
ใจที่รุ่มร้อน ด้วยมากสิ่งจูง
ต้องมีสติคอยกำกับ

ใจฉันแคบ หรือใจเธอกว้างแค่ปลายก้อยเท้า

ณ ที่คับแคบที่เรียกว่า “หัวใจ”
จะใช้หน่วยชั่ง ตวง วัด แบบไหน ใครจะสน?
ใจเขา ไม่เท่ากับ ใจเรา

ที่ บ้าน มี ‘เรา’

กลับมาบ้าน ไม่มีคำว่า
เธอ ฉัน ฯลฯ
แต่มีคำว่า ” เ ร า ”
นี้แหละกำลังใจที่ดีที่สุด

ความเปลี่ยนแปลง จง อย่ากลัว

อย่ากลัวสิ่งที่ จะเปลี่ยนแปลง
แต่จงกลัวสิ่งที่ไม่เคย ที่จะเปลี่ยนแปลง

ผีเสื้อ…เธอใช่ไหมเกิดมา..ไล้โลก
ไม่เคยทำใครให้โศก…เศร้าหมอง
ล่องลอยเงียบโฉบฉาบ..ตามครรลอง
หากใครหมอง ..ต้องโทษใจ..ใครเขาเอง

ผิดไหมที่อภัย..ให้ตัวเอง
ว่าไม่เก่งหรือเขลา.. เผลอพลั้งผิด
โง่ไหม… มีบ้างทำก่อนคิด
แต่สำนึกยั้งนิด… ให้อภัยตน

ฝนโปรยพรมไปทั่ว…เย็นชื่นใจ
ฟรีเห็นไหม…ของขวัญจากฟากฟ้า
บ้างได้มากไปล้น…พาลโกรธา
บ้างยิ้มรับปนน้ำตา…ได้ทำกิน

จงอย่าอาศัยสิ่งของ
หรือความช่วยเหลือ
จากผู้อื่นจนเคยชิน
เพราะหนี้บุญคุณ
สำหรับบางคนนั้น
ยากที่จะชดใช้หมด

มา..มานั่งตรงนี้ด้วยกัน
ชีวิตแต่ละวัน มันยุ่ง…
ภาระมากมายพันตุง
ทิ้งเรื่องยุ่ง นั่งพักสักวัน

คำสอนจากผู้ที่พลาดพลั้ง

“เด็กฉลาดควรเรียนรู้ ได้จากความผิดพลาดของคนอื่น”

ในตอนที่เราเป็นเด็กเคยสงสัยว่า ทำไมกระเป๋านักเรียนของเราหนักจัง แต่พอเข้ามหาวิทยาลัย กระเป๋าของเรากลับเบาลง!?
ตรงกันข้ามความคาดหวังกลับเพิ่มมากขึ้น เพราะต้องเรียนให้จบ ให้ได้เกรดดีๆ พอจบมาก็ต้องหางานให้ได้ พอทำงานก็อยากได้งานดีๆ
พอได้งานก็อยากได้ตำแหน่งสูงๆเงินดีๆ และแล้วสิ่งต่างๆก็เป็นภาระที่เราต้องแบกมันต่อไป…

ร่างกายอิ่มได้…ข้าวปลา
ใจอิ่มด้วยวาจา..เอมจิต
สุขใดเท่าพบ…มิ่งมิตร
ช่วงชีวิตไม่ยาว…เท่าใด

ร่ำร้อง ร่ำไร คิดถึงใครครวญ
แผดโหย โหยหวน ทวนลม
เศร้าเสียงตรม ลมหอบ หายไป

ความเจ็บคือยา

เป็นเหมือนกับยาชนิดเม็ด
รสขมและละลานยาก
แต่มีฤทธิ์สร้างภูมิคุ้มกันชีวิต
หากจะย่อยให้ง่ายได้นั้น
ต้องอาศัยสื่อกลาง ที่เรียกว่า
“ความอดทนและการยอมรับความเป็นจริง”

เคยไหมอยากอ่านหลังมาหาหน้า
อยากรู้คำ เฉลยโชคชะตา
อยากรู้ว่า จบจะงาม หรือซ้ำร้าย
อยากเปลี่ยนคำทำนาย ให้ที่ไม่..ใช่

ขมแทบอยากคาย… ที่ทำได้คือกลืน
ที่เห็นฉาบใบหน้าชื่น… ฝืนจำทน
เพราะแจ้ง… ต้องรับร้ายแห่งปลายผล
เชิดหน้าทน.. ซุกทุกข์.. ไว้ใต้พรม
ไม่มีพรม ไว้ให้ซุก
ต้องทำสนุก ทุกแห่งหน
พร่ำสอนตัว อย่ากังวล
เราต้องทน ชีวิตขม
เพราะว่า ขมนั้น เป็น ยา

ศรีสรรค์ พรหมหา ft. Sunee Imsap

อากาศที่อยู่ใต้หน้ากาก

ต่อให้เราต้องสวมหน้ากาก หรือรับบทบาทใดๆ ก็ตาม
สุดท้ายแล้วเราก็ต้องกลับ มาเป็น “ตัวของตัวเอง” อยู่ดี
เพราะอากาศที่อยู่ใต้หน้ากาก ไม่เหมาะสมกับการใช้ชีวิต

‘จงเป็นตัวของตัวเอง’

ตราบตะวันส่องด้องพื้นหล้า
อนาคดที่มองหายังมีเห็น
ไม่หวั่นหวาดกลัว ขลาดลำเค็ญ
สำเร็จเป็นไปได้ใจสู้เต็ม

มองผ่านเลนส์ ที่มัวพร่า
เพ่งมองหาโลกเคยใส
สีสดสวย อุ่นระไอ
พร่าน้ำตาไล้ดูเลือนๆ

รู้จักใช้เงิน ก็ต้อง รู้จักหาเงิน

‘เราได้ลงมือทำมันหรือยัง’

ในบางครั้งสิ่งที่เราทำนั้น
ไม่จำเป็นที่ จะต้องคาดหวังกับผลลัพธ์
เสียทุกครั้งไปก็ได้ สำคัญอยู่ที่ว่า
“เราได้ลงมือทำมันหรือยัง”

‘เวลา ไม่เคยรอคุณ คุณนั้นแหละ ที่รอเวลา’

รับ ‘ผิด’ และ รับ ‘ชอบ’

หัวใจหลักของการทำงาน คือ “ความรับผิดชอบ”
แต่จะผิด หรือจะชอบ คำตอบอยู่ที่ผลงาน

ตะวันทำหน้าที่ ทุกวันไม่เกียจคร้าน
เรา..ก็ไปทำงานกันเถอะ…..
เหนื่อย…เบื่อ โกรธ บางวันใจก็เลอะ
เถอะ…โลกนี้มีอีกเยอะ เพื่อนเหมือนเรา

ปะ..ไป..รถติด คนร้ายๆ เบื่อ เหนื่อยเหงา
ตราบยังอยู่เรา ต้องก้าวเดิน…
………หนักเบาเผชิญบังเอิญมีชีวิต

ให้ลืมโกรธ เคืองแค้นขุ่นสัมพันธ์
ยกก้อยหัน หน้ามา ระเรื่อยิ้ม
แต่ใจแปลบ ริ้ว ริ้ว แผลมันพิมพ์
ถึงแย้มยิ้ม ก็แค่ฉาบ ใจวาบจำ

จงหลีกหนีคนสองหน้า

เหรียญ 2 ด้าน ยังมีค่า
กระดาษ 2 ด้าน ก็มีค่า
แต่คน 2 หน้านั้นหาค่ามันไม่มี

‘จงระวังมนุษย์ที่แอบอ้างว่าเป็นมิตร แต่ในจิตรคิดอกุศล’

ไม่อยากรู้คำตอบแม้ชอบถาม
อยากพักชมดอกไม้งามพาใจผ่อน
ไม่อยากรู้ และอยากลืมเรื่องทุกข์ร้อน
อยากเก็บก่อนสุขแค่เสี้ยวนาทีนี้

Fly

ไม่ต้องบินให้สูงอย่างใครเขา
จงบินเอาเท่าที่เราจะบินไหว
ท่าที่บินไม่จำเป็นต้องเหมือนใคร
แค่บินไปให้ถึงฝัน เท่านั้นพอ

ร้อน แล้งร้ายแทบไหม้เผา
โลกร้อน ไม่ผ่อนเบาบ้าง
กายมนุษย์แท้บอบบาง
หนักหน่อยก็ปลิวคว้างจากกัน

ศัตรู : อับราฮัม ลินคอล์น

Destroy your enemy by making him your friend

จงทำลายศัตรูของท่าน ด้วยการทำให้เขาเป็นมิตร

อาหารหายากขึ้นทุกวัน…
ใช่..ขายฝันยิ่งขายยาก..
แก๊สแพง..โรงเรียนเล็กก็จะจาก
มนุษย์เขาอยู่ยาก…ฉันฟังมา

ฉันช่วยเติม ได้ไหม ในสิ่งขาด
ฉันช่วยวาด ให้ไหม ในโลกฝัน
ฉันเป็นเพื่อน ได้นะ ในบางวัน
ฉันคือฉัน ที่ ซุกใกล้ “ใต้สำนึก”

เสี่ยงเป็นเสี่ยงเอ้า เราเจ็บเอง
เก่งต้องเก่ง ต้องเริ่มลอง ลอง
มัวจดๆ จ้องๆ รอหรือถึง
สำเร็จเป็นหนึ่ง ล้มตึงทายา

ตรงนี้สุดทางแล้วใช่ไหมขอถาม
ไม่หรอกเธอตามมา ฉันนำให้
ไม่.. ขอบใจ บอกทางให้ไปเอง
ฉัน..เคยเก่ง สู้เองจนชาชิน
………..

อาจแตกต่างระหว่างสายพันธุ์
แต่ทุกพืชพรรณ สร้างโลกสวย
ใบสีเขียวดอกต่างสี หอมระรวย
หยุดใจช่วย ให้ผ่อนพัก รักโลกงาม

อย่าคิดมากหากต้อง เดินเดียวเดี่ยว
วจีเดียวที่แฝงเอื้อ เจือห่วงหา
ก่อนปล่อยมืออุ่น อุ่นแล้วละลา
จำเชิดไหล่ที่อ่อนล้า พาขาเดิน

ถ้าเราโหยหา ‘ความรัก’
ความรักจะวิ่งหนีเราไป
และถ้าเราบังคับที่จะ
‘รัก’
ความรักจะ
บังคับเราให้
ทุกข์ทรมาน

เรื่อเรืองรวงข้าว เหลืองทองลานทุ่ง
เก็บเกี่ยวใส่ยุ้ง เลี้ยงเราอาศัย
ก่อเกิดกินอยู่ หมุนเวียนชีพไป
ดำเนินเดินไป ดีร้ายปะปน

มองย้อนครั้งวันก่อนเก่า…
ที่เคยเศร้าทุกข์แทบบ้า
เคยนอนจมบ่อน้ำตา
สติมา…เออบ้าได้ไง

น้ำเงินหรือ คือเรื่องใหญ่เกินใด
น้ำใจความจริงรอง บ้างมองผ่าน
ความดีเคยมีมอบ แต่ก่อนกาล
คำพูดผลาญตาสว่าง “ใครจ้างทำ”

บ้านน้อยในฝัน..ของฉัน
นิ่ง อยู่นั่น นั้นในใจ
จะสบสมหวังหรือไม่
ไม่เป็นไร สุขได้ยล

ดอกไม้บานสดใส..จากแผ่นดินใหญ่โพ้น
ลึกๆหวานใจโดน..คนจำลา…
กับบางสิ่ง..เก็บงามตาสถิตใจ..
อย่างไร…จะจดจำ

อ้อมกอดแห่งไมตรี..มีอย่างนี้
ก็คงดีอบอุ่นเผื่อ..วันหน้า
เก็บภาพเก่า ไว้ปลอบเหงาบางเวลา
มือไล้ลูบอุ่น ตาพร่าแอบสุขจำ

เราแปลกหน้ากันไหม..ไม่
เราคล้ายเคยพบเห็น…นะ
เราอยู่โลกเดียวกัน..หล่ะ
เราเป็นเพื่อนกันนะ..เติบโต

เรื่อเรืองรวงข้าว เหลืองทองลานทุ่ง
เก็บเกี่ยวใส่ยุ้ง เลี้ยงเราอาศัย
ก่อเกิดกินอยู่ หมุนเวียนชีพไป
ดำเนินเดินไป ดีร้ายปะปน

หลบร้อนมามุมนี้สิเย็นรื่น
ลมเฉื่อยชื่นงามฟ้าสีฟ้าใส
ก้มเก็บหินดิน
ปนหม่นโยนน้ำไป
โลกมุมใสมีให้เจอเสมอนะ

เสี่ยงเป็นเสี่ย
เลี่ยงไม่ได้
ไปต้องไป
ใหญ่เล็กสู้
ผิดเป็นผิดรู้เป็นครู
อยู่ต้องอยู่สู้ไม่เกรง

เป็นเราสุขใดเท่า เป็นที่เห็น
อาจยากเย็น เป็นไปตามวิถี
ดีที่ได้ก่อเกิดมาชาตินี้
เพิ่มเติมดีสิ่งใหม่ให้ทุกวัน

เราอยู่ในโลกใบเดียวกัน”ใช่”
ไม่เคยไกลกันสักนิด…เลยหนา
ถนนตรงนี้..เธอเคยเดินผ่านมา
ใต้แผ่นฟ้า…เราอยู่ก็ดินเดียว

ทุกวันก็จ่อมอยู่ตรงนี้..
โลกนี้ไม่เงียบเหงา
สุขก็อ่าน ทุกข์ก็อ่าน
ตัวหนังสือนับล้าน..เป็นเพื่อนเรา

ดูแลกาย นิ่งมองใจ ให้นิ่งๆ
กิเลสชั่ว จะสู่สิง มาก่อติด
สิ่งยั่วเย้า ฉาบสีงาม มวลอมิตร
ครู่ หลงผิด ทั้งชีวิต มอดมลาย

โลกในมุมอ่อนไหว
มีไม้ดอกเป็นสื่อบอก
ส่วนงามย้ำใจอุ่น
กลีบสีหวาน
หวานซี้งละมุน
มอบให้คุณ
กับฉันวันใจเย็น

ความรักคือ การให้ ใช่ ธุรกิจ
ความรักคือ มิ่งมิตร คิดห่วงหา
ความรักคือ รัก จวบวัน วัยชรา
ความรักคือ สัญญา ไร้ลายเซ็น

เกิดแล้ว ก็ตั้งอยู่ ชั่วครู่ผ่าน
อีกไม่นาน หันหน้าหนี นาทีหาย
เกิด ตั้ง ดับ เช่นนี้ นิรันดร์ไป
รู้คำตอบ ผ่อนปรนใจ ให้ผ่านวัน…

ใส่ความเห็น

Copyright #คำคม 2017
Shale theme by Siteturner